Monthly Archives: November 2015

19

ทนายเผยยังไม่ได้เจรจากับยิ่งลักษณ์ ขออนุญาตไปต่างประเทศ!

“นรวิชญ์” เผย ยังไม่คุย “ยิ่งลักษณ์” ขออนุญาตไป ตปท. ตามคำเชิญของสมาชิกสภายุโรป มองเป็นการติดสินใจส่วนตัว

นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงการขออนุญาตศาลเพื่อเดินทางไปต่างประเทศ ตามที่สมาชิกสภายุโรปได้มีจดหมายเชิญ เพื่อขอให้ไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทย ว่า

เรื่องนี้ถือได้ว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ต้องขึ้นอยู่กับตัวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เองที่จะเป็นคนตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตนเองนั้นยังไม่ได้มีการพูดคุย เนื่องจากยังไม่ได้รับการมอบหมายให้ทางฝ่ายกฎหมายเป็นผู้ดำเนินการ

และทาง น.ส.ยิ่งลักษณ์ เองยังไม่ได้มีการติดต่อหรือมีความเคลื่อนไหวใดๆ ที่จะเรียกเข้ามาเพื่อนัดหมายประชุมพูดคุยถึงการขออนุญาตไปในครั้งนี้

18

ศาลอาญาตัดสิน คุก 2 ปี “หญิงเป็ด“ กรณีจัดสัมมนาเท็จ!

ศาลอาญาพิพากษาจำคุก 2 ปี คุณหญิงเป็ด-คัมภีร์ ฐานผิด ม.157 และ ม. 83 กรณีจัดสัมมนาเท็จ แต่เห็นว่าเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ให้ทำเรื่องปล่อยชั่วคราวได้

ศาลอาญานัดอ่านคำพิพากษาคดีที่ อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และนายคัมภีร์ สมใจ ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานและทรัพยากรบุคคลกรณีเบิกงบจัดสัมมนา ที่ จังหวัดน่าน แต่ไม่ได้มีการจัดสัมมนาจริง

คดีนี้อัยการส่งฟ้องเมื่อวันที่ 4 กันยายน 58 ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดคุณหญิงจารุวรรณ และนายคัมภีร์ ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ในความผิดฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ หรือ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ 83 กรณีการจัดสัมมนา ที่จังหวัดน่าน เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ปี 2546 โดยคณะทำงานร่วมได้มีหนังสือแจ้งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.นำตัวผู้ถูกกล่าวหาไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญา

โดยกล่าวหาว่า เมื่อครั้งคุณหญิงจารุวรรณ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ครั้งดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ได้ร่วมกับพวก จัดให้มีการสัมมนาขึ้นที่จังหวัดน่าน ทั้งๆ ที่ไม่ได้ มีการสัมมนากันจริง แต่เพื่อให้บุคคลที่มีรายชื่อเข้ารับการสัมมนาไปร่วมงานถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน จึงสามารถเบิกค่าเดินทาง ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจากหลักฐานทั้งหมดของคณะกรรมการไต่สวน สามารถนำมาหักล้างกับคำให้การของจำเลยทั้ง 2 ได้ โดยการจัดสัมมนาในหัวข้อ “สตง.ในความคิดวุฒิสภา” ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ในการจัดสัมมนา และหัวข้อที่ใช้บรรยายไม่ใช่การสัมมนา ส่งผลให้เกิดความเสียหายเป็นเงิน 294,440 บาท และถือเป็นการจัดสัมมนาเท็จ เพียงเพื่อหาคนไปร่วมงานกฐินพระราชทานซึ่งตรงกับวันสัมมนาเท่านั้น

ซึ่งจำเลยทั้ง 2 ถือเป็นเจ้าพนักงานของรัฐจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และ 83 พิพากษาจำคุก 2 ปี แต่ศาลเห็นว่า จำเลยทั้ง 2 เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จึงอนุญาตให้ทนายทำเรื่องขอปล่อยชั่วคราวได้

15

หนุ่มพิการเครียดกับชีวิต ล็อคตัวเองอยู่กับห้อง ก่อนผูกคอดับ!

ร.ต.ท. พงษ์ศักดิ์ ปิยะเฉลิมไชย ร้อยเวรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านบ้านนาตม ม.9 ต.หนองกระทุ่ม อ.เมืองนครราชสีมา ว่ามีลูกบ้านในหมู่บ้านผูกคอตัวเองเสียชีวิต หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรชันสูตร โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา และหน่วยกู้ภัยสว่างเมตตาธรรมสถาน

ที่เกิดเหตุ อยู่ภายในห้องนอนของบ้านใน ม.9 ต.หนองกระทุ่ม อ.เมืองนครราชสีมา เจ้าหน้าที่พบชาวบ้านจำนวนหนึ่งได้ช่วยกันพังประตูห้องนอน และช่วยกันตัดเชือกนำร่างของผู้ที่ผูกคอตัวเองลงมาด้านล่างแล้ว ทราบชื่อต่อมาคือ นายพิเชษฐ์ ลูกชายของเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว สภาพศพมีร่องรอยใช้เชือกไนล่อนสีเขียว ผูกคอตัวเองกันขื่อบนห้อง คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ชั่วโมง

จากการสอบถามยายของผู้เสียชีวิต และเป็นผู้พบศพคนแรก ให้การว่า นายพิเชษฐ์ ผู้ตาย เป็นหลานชาย ซึ่งมีอาการพิการ ขาด้านขวาลีบมาตั้งแต่กำเนิด ซึ่งที่ผ่านมา นายพิเชษฐ์ ก็สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้เหมือนคนทั่วไป โดยทำงานรับจ้าง และช่วงก่อนที่จะมาพบศพ ตนก็ยังพูดคุยกับนายพิเชษฐ์ ตามปกติ โดยหลานชายไม่มีทีท่าหรือสีหน้าเคร่งเครียดแต่อย่างใด

จากนั้น หลานชาย ก็เข้าไปนอนพักผ่อนในห้องนอน จนกระทั่งเวลาผ่านไปนานหลายชั่วโมง ยังไม่เห็นหลานชายออกมากินข้าว ด้วยความเป็นห่วงจึงไปเคาะประตูเรียก แต่ก็ไม่มีเสียงตอบ จึงแจ้งชาวบ้านให้ช่วยกันพังประตูเข้าไป ก็พบว่าหลานชายใช้เชือกผูกคอตัวเองเสียชีวิตแล้ว

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า นายพิเชษฐ์ น่าจะเกิดความเครียด หรืออาจจะน้อยใจในชีวิต ที่มีร่างกายพิการ จึงได้ตัดสินใจใช้เชือกผูกคอตัวเองตาย ซึ่งหลังจากนี้ได้ส่งศพไปชันสูตรที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ก่อนมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

17

หนุ่มขายตั๋วหนังดับ หลังซิ่งบิ๊กไบค์ย้อนศรชนเก๋ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 00.30 น. สภ.สัตหีบ รับแจ้งเหตุรถยนต์พุ่งชนประสานงารถจยย. มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดบนถนนสุขุมวิท กม.170 เส้นทางสัตหีบ-พัทยา บริเวณทางยูเทิร์นหน้าหมู่บ้านเรือนยูงทอง ม.8 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ที่เกิดเหตุบนเกาะกลางถนนพบศพ นายภูมินทร์ อายุ 27 ปี พนักงานขายตั๋วโรงหนังแห่งหนึ่ง สภาพเสียชีวิตอย่างอนาถ ใกล้กันพบรถยนต์เชฟโรเลต ซาฟิร่า สีบรอนซ์ ทะเบียน วย-2912 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้าพังยับเยิน หันสวนทางเกยอยู่กับขอบเกาะกลางถนน

โดยมี เรือเอกไพศาล อายุ 55 ปี สังกัดกองทัพเรือ เป็นคนขับ ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ห่างออกไป 50 เมตร พบรถบิ๊กไบค์ ฮอนด้า ซีบีอาร์ สีดำ ทะเบียน 1กร-4114 ชลบุรี ซึ่งเป็นของผู้ตาย อยู่ในสภาพด้านหน้าพังยับเยิน

จากการสอบปากคำ เรือเอกไพศาล ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถออกจากบ้านพักไปทำงานที่พัทยา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้วิ่งอยู่ในเลนขวา ทันใดนั้นรถจยย.ของผู้ตาย ได้วิ่งย้อนศรขึ้นมาบนถนน ก่อนจะพุ่งชนประสานงากันอย่างจัง

เบื้องต้น ในเรื่องของคดีอยู่ในระหว่างการตรวจสอบจากพยานหลักฐาน เพื่อหาข้อสรุปที่แน่ชัดภายหลัง